aaa
 
หน้าแรก | กิจกรรมงานบุญ | ติดต่อกับผู้ผลิต | 
ค้นหาผลิตภัณฑ์  
 
 
 
 
 
 
เครื่องดื่มชนิดผงพร้อมชง
และเครื่องดื่มชนิดน้ำพร้อมดื่ม
เครื่องสำอางค์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งชนิดน้ำ
พร้อมดื่ม และชนิดแคปซูล
บรรจุแผง / ขวด
 
 
 
 
 
ข้าวกล้องเพาะงอกเบญจกระยาทิพย์
ที่มาของกาแฟ
กระดูกอ่อนฉลามและคอลลาเจน
ที่มาของรังนก
INS 401 คืออะไร
คารายากัม คืออะไร
งานวิจัยซุปไก่สกัด
กลูตาไธโอนคืออะไร
ความเป็นมาของกำลังช้างสาร
สรรพคุณของโชวู
Coenzyme Q10 คืออะไร
โสมกับสุขภาพ
ประโยชน์ของตังถั่งเช่า
สรรพคุณของจับเลี้ยง
ความเป็นมาของทุเรียน
ความเป็นมาของเห็ดหลินจือ
ความเป็นมาของเห็ดไมตาเกะ
ความเป็นมาของตังกุย
ประโยชน์ของเห็ดจีซง
ถาม - ตอบ เรื่องเอนไซม์
ประวัติของโรคเบาหวาน
ความเป็นมาของน้ำมันมะพร้าว
ประโยชน์ของเขากวางอ่อน
ประโยชน์ของผลส้มแขก
ประโยชน์ของจันทน์เทศ
ประโยชน์ของชาใบหม่อน
คุณค่าของมะรุม
ความเป็นมาของผลหม่อน
ประโยชน์ของเมล็ดองุ่นแดง
สรรพคุณของดอกคำฝอย
สรรพคุณของไข่มุก
สรรพคุณของโกฐหัวบัว
สรรพคุณของโกฐเขมา
สรรพคุณของอึ้งคี้หรือปักคี้
สรรพคุณของกำลังวัวเถลิง
สรรพคุณของกำลังหนุมาน
สรรพคุณของกระชายดำ
สรรพคุณของแปะก๊วย
ประโยชน์ของม้าน้ำ
ความเป็นมาของผักชีลาว
สรรพคุณของดอกอัญชัน
สรรพคุณของดอกทองพันชั่ง
สรรพคุณของว่านหางจระเข้
สรรพคุณของใบบัวบก
สรรพคุณของนมผึ้ง
สรรพคุณของต้นไหลเผือก
สรรพคุณของพลูคาว
ความเป็นมาขององุ่น
สรรพคุณของมังคุด
สรรพคุณของหัวไชเท้า
คุณสมบัติของต้น Wicth Hazal
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
QR CODE ของเว็บไซต์
 
 
 

 
 
จับเลี้ยง เป็นเครื่องดื่มมีที่มาจากจีน เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีส่วนผสมทั้งสมุนไพรไทย
และจีน สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น มีสรรพคุณป้องกันและบรรเทาอาการร้อนใน มีอาการทางระบบ
ทางเดินอาหาร มีแผลในปาก ปากลิ้นเปื่อย มีฝ้า ขมคอ เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง ไอ ตาร้อนผ่าว
ซึ่งอาจเกิดมาจากการขาดสภาวะขาดสมดุลอย่างเช่น นอนดึก พักผ่อนไม่พอ หรือกินของทำให้ร้อน
ของทอด หรือกินน้ำน้อย มีอาการทางระบบทางเดินอาหาร
ชาวจีนนำภูมิปัญญาทำเครื่องดื่มน้ำจับเลี้ยงมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยรวบรวมเอาสมุนไพร
หลายชนิดเข้าเป็นส่วนผสม ทั้งสมุนไพรไทยและจีน ดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น สรรพคุณป้องกัน
และบรรเทาอาการร้อนใน โดยเฉพาะอาการร้อนในที่เกิดจากสภาวะที่ร่างกายขาดความสมดุล เช่น
นอนดึก พักผ่อนไม่พอ หรือกินแต่ของที่ทำให้ร้อน ของทอด หรือกินน้ำน้อย มีอาการทางระบบทางเดิน
อาหาร มีแผลในปาก ปากลิ้นเปื่อย มีฝ้า ขมคอ เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง ไอ ตาร้อนผ่าว
 
ส่วนประกอบของสมุนไพรในจับเลี้ยง ประกอบด้วย
 
 
ดอกงิ้ว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bombax ceiba L.) ชื่ออื่นๆ งิ้วหนาม งิ้วบ้าน งิ้วแดง งิ้วปง งิ้วปงแดง
เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ลำต้นสูง 25-30 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามากในช่วงเรือนยอด
เป็นไม้เนื้ออ่อนมีหนามแหลมอยู่ตามลำต้น ใบรวมประกอบด้วยใบย่อย 4-7 ใบ ใบเป็นมันค่อนข้างหนา
ใบย่อยรูปรีปลายใบเรียวแหลมเรียงกันคล้ายกับรูปนิ้วมือ มีสีเขียวไม่มีขน ก้านใบสีขาวมองเห็นชัดเจน
 
สรรพคุณ ใช้เปลือกต้นช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการบวม จากการกระแทก
รักษากระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง บรรเทาอาการท้องเดิน แก้บิด อัมพาต เอ็นอักเสบ ดอกช่วยห้ามเลือด
รักษาแผล ฝีหนอง บรรเทาอาการท้องเดิน บิดมูกเลือด ช่วยขับปัสสาวะ รากหรือเปลือกรากใช้สมานแผล
ห้ามเลือด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการฟกช้ำบวมจากการกระแทก รากเป็นยาบำรุงกำลัง
ช่วยให้อาเจียน ผลอ่อนใช้บำบัดรักษาแผลเรื้อรังในไต เมล็ดใช้เป็นยาร่วมกับพิมเสนรักษา
โรคหนองในเรื้อรัง เกสรดอกงิ้วตากแห้ง ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำแกงแค ทำขนมจีนน้ำเงี้ยว
 

 
 
ใบบัวบก เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่ขึ้นบนดิน ประกอบด้วยสาระสำคัญหลายอย่างใบบัวบก
มีชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า Centella asiatica Extract
 
ใบบัวบกได้ถูกนำมาใช้บำบัดอาการที่เกี่ยวข้องกับสมองมาเป็นเวลานาน และให้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือ
จนได้ชื่อเรียกว่า "อาหารสมอง" เพราะคนสมัยก่อนเชื่อว่าการรับประทานจะช่วยส่งเสริม
การทำงานของสมองโดยทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับสมองและได้ผลดีทั้งในแง่
ของการรักษาส่วนของสมอง ที่ถูกทำลายแล้วให้ดีขึ้น และยังป้องกันไม่ให้สมองที่ปกติ
อยู่ถูกทำลายหรือเสื่อมลง
 
นอกจากนี้ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการลดความเครียดจากกการทำงานหนัก ปรับปรุงระบบการ
รับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ ( Refiex Reoction ) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
รอบตัวเรา เพิ่มความสามารถในการทำงาน ทั้งในแง่ของกำลังกาย และกำลังสมอง
ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้ปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่หรือช่วยป้องกันร่างกาย
ด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย
 
ปัจจุบันใบบัวบก ถือว่าเป็นสมุนไพรยอดนิยมของชาวตะวันตก ในเรื่องของประสิทธิภาพการผ่อนคลาย
และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของความทรงจำได้เป็นอย่างดี จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาเพื่อค้นหา
สาระสำคัญ หรือสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใบบัวบกทำให้เราค้นพบว่า ใบบัวบกจะให้สารไกลโคโซด์
( Glucosides ) หลายชนิดที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ( Antioxidotion )
ซึ่งส่งผลให้การลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้
นอกจากนี้ยังพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลใน การช่วยเร่งการสร้างสารคลอลาเจน
( Collagen ) ที่เป็นโครงสร้างของผิวจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการกระตุ้น ให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น
 
สรรพคุณของใบบัวบก
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารต้านมะเร็ง
- สามารถรักษาโรคกระเพาะได้ โดยสามารถลดขนาดของแผลในกระเพาะอาหาร
  ( ทดลองในหนู ผลที่ได้มีนัยสำคัญ บอกถึงศักยภาพที่อาจจะทดลองนำมาใช้ในคนได้ )
- ลดความเครียด
- มีคุณประโยชน์ในผู้ป่วยเบาหวาน โดยเพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอย การแลกเปลี่ยนออกซิเจนต่อ
  เนื้อเยื่อ ทำให้ลดความเสี่ยงของการบวม เส้นประสาทเสื่อม เหน็บชา อ่อนแรง ในเบาหวาน
- เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอย การแลกเปลี่ยนออกซิเจนต่อเนื้อเยื่อ ทำให้ลดความเสี่ยงของการ
  บวมในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีแรงดันในเส้นเลือดดำสูง หรือโรคเลือดคั่ง ขาบวมในผู้ที่เดินทางนานๆ
  ในรถหรือเครื่องบิน
- อาจลดความเสี่ยงของ โรคริดสีดวง และ เส้นเลือดขอดที่ขา บำรุงสมอง
  ( งานวิจัยในระดับสัตว์ทดลอง ว่า ทำให้มีความคิดอ่านและโรคอัลไซเมอร์ดีขึ้นได้ )
 

 
 
หญ้าคา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Imperata cylindrica Beauv.) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในตระกูลหญ้า
มีลำต้นสูง ประมาณ ๕๐-๑๐๐ เซนติเมตร ลักษณะลำต้นเป็นทรงกลมเรียวยาวขนาดเล็ก
ลักษณะใบเป็นขนกระจุก ขอบใบมีลักษณะคมกริบ ออกดอกเป็นช่อก้านยาวสีขาว คล้ายหางกระรอก
มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้หลายชนิด เช่น โรคไต โรคมะเร็งคอ แก้ลมพิษ ผื่นคัน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากหญ้าคาในการมุงหลังคา
 
สรรพคุณของหญ้าคา
ใช้ลำต้นสดหรือแห้ง นำมาปรุงเป็นยาแก้โรคไต แก้โรคมะเร็งคอ และแก้ฝี , ดอก ใช้เป็นยาแก้ปัสสาวะแดง
แก้ไอ แก้มะเร็งในลำไส้ แก้ริดสีดวงต่าง ๆ , ราก ใช้ปรุงกินเป็นยาแก้ร้อนใน
แก้พิษอักเสบในกระเพาะปัสสาวะ แก้น้ำดีซ่าน ตาเหลือง และเบื่ออาหาร นอกจากนี้หญ้าคา
ยังให้แร่ธาตุไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแทสเซียม อย่างมาก , ทำให้ดินร่วนซุย ทำให้ออกซิเจน
ลงไปในดินได้สะดวก ทำให้ไม่แน่น , มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่วคือ
ถ้าเน่าเป็นปุ๋ยแล้ว จะสามารถป้องกันเพลี้ยและแมลงต่างๆได้
 
ประโยชน์ของหญ้าคา
1. ประโยชน์ในฐานะเป็นพืชสมุนไพร ส่วนของใบ ใช้ปรุงเป็นยาต้มอาบ ผื่นคัน แก้ลมพิษ
และแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนของดอก ใช้ปรุงเป็นยารับประทานแก้ปวด
นำมาตำเป็นยาพอกแผลอักเสบ บวมฝีมีหนอง และ อุจจาระเป็นเลือด ราก ใช้ปรุงเป็นยา แก้ร้อนใน
แก้ไอกระหายน้ำ เป็นยารับประทานเพื่อห้ามเลือด แก้เลือดกำเดาไหล
และแก้พิษอักเสบในกระเพาะอาหาร
2. ประโยชน์ในฐานะเป็นพืชเศรษฐกิจ ใช้ประโยชน์ในการมุงหลังคา กระท่อม
คอกเลี้ยงหมู เล้าไก่ เล้าเป็ด สามารถกันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หลังคาหญ้าคา
ยังให้ความเย็นได้ดีกว่า การมุงหลังคาจาก กระเบื้อง และสังกะสีซึ่งมีราคาแพงกว่าหญ้าคา
หลายเท่าตัว และอายุการใช้งานของหลังคาหญ้าคาสามารถ ใช้ได้นานถึง 3 - 5 ปี
ขึ้นอยู่กับความหนาของคาที่ใช้และนอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ในการจักสานอีกด้วย
จึงนับได้ว่าหญ้าคากลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก
 

 
 
เพกา เป็นพืชในวงศ์แคหางค่าง มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆดังนี้: ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เบโด
( มาเลเซีย-นราธิวาส ) มิลิดไม้ มะลิ้นไม้ (เหนือ) ลิ้นฟ้า ( เลย ) เพกาเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิม
ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย โดยพบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ
ในป่าเบญจพรรณและป่าชื้นทั่วๆไป แม้เพกาจะขึ้นอยู่ในหลายประเทศ แต่ดูเหมือนจะมีแต่ชาวไทย
เท่านั้นที่นำเพกามากินเป็นผัก เพกาเป็นผักที่อยู่ในหมวดดอกฝัก
 
ประโยชน์ในด้านสมุนไพรไทย
สรรพคุณตามตำรายาไทย พบว่ามีการใช้เพกาตั้งแต่เปลือกต้น ราก ฝัก ใบ และเมล็ด จัดเป็น
จัดเป็น "เพกาทั้ง 5" ใช้รากเป็นยาบำรุงธาตุ แก้บิด ท้องร่วง เมล็ดเป็นยาระบาย
 
เปลือกต้น มีรสฝาด เย็น ขมเล็กน้อย มีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน ขับลมในลำไส้ แก้โรคบิด
ท้องร่วง บำรุงโลหิต ขับน้ำเหลืองเสีย บางแห่ง ผู้เฒ่าผู้แก่จะเอาเปลือกต้นมาต้มน้ำให้แม่ลูกอ่อนดื่ม
ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ดับพิษโลหิต และบำรุงโลหิต การใช้รักษาฝี
นำเปลือกต้นฝนทารอบๆ บริเวณฝี ช่วยลดความปวดฝีได้ การใช้รักษาอาการบวม ฟกช้ำ
อักเสบ - นำเปลือกต้นฝนกับน้ำปูนใสทาลดอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบ
 
ราก มีรสฝาดขมเล็กน้อย ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ เรียกน้ำย่อย เจริญอาหาร รักษาโรคท้องร่วง
บิด หากนำมาฝนกับน้ำปูนใสทาแผลที่อักเสบ ฟกช้ำ บวม จะช่วยให้หายไปในระยะเวลาอันสั้น
 
ฝักอ่อน นิยมรับประทานเป็นผัก ช่วยบำรุงธาตุ ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ
 
ใบ ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง ขับลม บรรเทาอาการปวดไข้ และยังช่วยให้เจริญอาหาร
 
เมล็ด สามารถใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ
 
สรรพคุณทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า สารสกัดฟลาโวนอยด์ที่ได้จากเปลือกต้นเพกา มีฤทธิ์
ช่วยลดการอักเสบ การแพ้ (anti-inflammatory and anti-allergic) ทั้งมีฤทธิ์ยับยั้งการบีบตัว
ของกล้ามเนื้อเรียบของหนูตะเภาในหลอดทดลอง สารลาพาคอล(lapacol)
ที่สกัดได้จากรากเพกา มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์5-ไลพอกซีจีเนส (5-lipoxygenase) ที่ทำให้เกิดการอักเสบ
นอกจากนี้การรับประทานฝักเพกาหรือยอดอ่อนยังสามารถช่วยลด คอเรสเตอรอลในกระแสเลือดได้
ในงานสาธารณสุขมูลฐาน เมล็ดเพกาเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่กำหนดเพื่อใช้บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ
โดยนำเมล็ดแก่ ประมาณครึ่งกำมือถึงหนึ่งกำมือ (1.5-3.0 กรัม) ใส่ในหม้อ เติมน้ำ 300 มิลลิลิตร
ต้มไฟอ่อนๆ พอเดือดประมาณ 1 ชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง จนอาการไอดีขึ้น
 

 
 
เบญจมาศ (อังกฤษ:Chrysanthemum , ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendranthemum grandifflora)
เป็นไม้ตัดดอกอีกชนิด หนึ่งที่นิยมปลูกเลี้ยงและใช้กัน มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
รองจากกุหลาบ เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงสวยงาม สีสันสดใส ปลูกเลี้ยงง่าย และมีหลายพันธุ์ให้เลือก
มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นและจีน อีกชื่อหนึ่งที่เป็นที่รู้จักคือ เก๊กฮวย (Chrysanthemum)
นิยมใช้ในความหมายของดอกไม้ที่นำไปทำเป็นเครื่องดื่ม
 
สรรพคุณของดอกเก็กฮวย (เบญจมาศ)
- เป็นยาเย็น ดับพิษร้อน แก้ร้อนใน
- เป็นยาแก้ปวดท้องและช่วยระบาย
- ช่วยขยายหลอดเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงหัวใจ จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดต่างๆ เช่น
  โรคความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดตีบ และโรคหัวใจได้
- สำหรับคนที่เป็นมะเร็งและเข้ารับการรักษาด้วยการฉายแสงหรือเคมีบำบัด ตับก็จะต้องทำงานหนักมาก
  ในการขจัดสารพิษออกไป เมื่อตับทำงานหนักก็จะทำให้ร่างกายเกิดอาการร้อน ดูได้จากการที่คอแห้ง
  ปากแห้ง ตาแห้ง ท้องผูก ปวดเมื่อยร่างกาย ฯลฯ การดื่มน้ำเก๊กฮวยก็จะสามารถลดความร้อน
  ของร่างกายได้ เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น จะช่วยขับพิษร้อนจากตับออกมาได้
- ดอกของเก๊กฮวยมีสารพวกฟลาโวนอยด์ กรดอะมิโน สาไครแซนทีมิน สารอะดีนีน โคลีน สตาไคดรีน
  และน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยรักษาและป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ช่วยขยายหลอดเลือด
  ลดการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
 

 
 
รากบัว : คนจีนนิยมใช้แทบทุกส่วนของบัวมาเป็นประโยชน์ในการทำอาหาร รากหรือเหง้าบัวนำมาหั่นเป็น
แว่นต้มกับกระดูกหมูเป็นแกงจืด รสอร่อยออกกลิ่นถั่ว เอามาเชื่อมน้ำตาลกินเป็นของหวานกิน
เป็นผักแนม รากบัวที่หั่นเป็นแว่นเฉียงเนื้อเป็นรู ๆ เมล็ดบัว คนจีนนิยมใช้ทำเป็นของหวาน
ต้มน้ำตาลธรรมดาเป็นเมล็ดบัว ร้อนหรือใส่น้ำแข็งเป็นเมล็ดบัวเย็น คนจีนจะพิถีพิถันเกี่ยวกับคุณภาพ
และการเตรียมเมล็ดบัวที่จะนำไปปรุงอาหารเป็นพิเศษ ต้องเลือกที่เมล็ดโตและเนื้ออิ่ม
อีกอย่างหนึ่งที่ดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาหารจีน ก็คือใช้ใบบัวห่ออาหารที่นำไปนึ่งให้สุกอย่าง
“ข้าวห่อใบบัว” ก็เป็นอาหารจีนที่เคยแพร่หลายมากคนญี่ปุ่นก็ใช้รากบัวมาทำอาหาร
โดยส่วนใหญ่ใช้แว่นรากบัวประดับจานอาหาร คนอินเดียก็ใช้ทั้งรากบัวและสายบัวทำอาหาร
ส่วนคนไทยนิยมนำสายบัว (ก้านบัว) ของสายบัวมาทำผัดสายบัวหรือแกงสายบัว
 
รากบัว เป็นพืชสมุนไทยที่ช่วยลดอาการร้อนใน ช่วยดับกระหาย ที่นิยมมากในปัจจุบัน
เมื่อเรากระหายแล้วดื่มน้ำ สักพักเราก็จะคอแห้งอีก ต่างจากเมื่อดื่มน้ำรากบัว จะทำให้สดชื่น
ลดการกระหาย เนื่องจากในรากบัวมีสารช่วยดูดซึมความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย
 
สรรพคุณของรากบัว
แก้ไข้ แก้ไอ ดับพิษร้อน ชูกำลัง แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว เป็นยาแก้พิษอักเสบ แก้ปวดบวม
เป็นยาเย็นที่ใช้เป็นส่วนประกอบของยาหม้อโบราณ และนอกจากจะนำรากบัวมาต้ม
เอาน้ำมาดื่มแล้ว สามารถคั้นน้ำจากรากบัว โดยฝานแล้วตำให้ละเอียด แล้วนำไปคั้นเอาน้ำ
วิธีนี้จะมีสรรพคุณ แก้ร้อนในได้ดีกว่าแบบต้มเอาน้ำ อีกทั้งรากบัวยังเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย
 

 
 
หล่อฮั่งก้วย : ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Monordica grosvenoril Swingle วงศ์ : Cucurbitaceae
สาระสำคัญ : Mogroside ไมโกรไซด์
หล่อฮั้งก้วยหรือผลอรหันต์ มาจากคำภาษาจีนแต้จิ๋ว ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า หลอฮั่นกว่อ หลอฮั่น
หรือ หล่อฮั้งแปลว่า พระอรหันต์ และเป็นชื่อของหมอที่ค้นพบสรรพคุณของผลไม้ชนิดนี้ กว่อ หรือ
ก้วย แปลว่า ผลไม้มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Momordica Grosvenori หล่อฮั้งก้วย
เป็นชื่อพืชสมุนไพรจีน ปลูกมากในมณฑลกวางสีมีผลกลมขนาดพอๆ กับไข่เป็ด
ผลมีเปลือกแข็งแต่เปราะ เมื่ออ่อนมีสีเขียว ผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม
แกมดำผลแห้งของมันมีรูปร่างกลมรี มีผิวเรียบมันสีน้ำตาลเข้ม ตามตำรับจีนจะนำผลมาตากแห้ง
หรือลนไฟให้แห้งผลที่แห้งเมื่อเคาะจะมีเสียงกังวาน ใช้ต้มดื่มหรือต้มผสมกับจับเลี้ยง
ซึ่งเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรแก้ร้อนใน
 
สรรพคุณ : เนื่องจากหล่อฮั่งก๊วยมีสารให้ความหวาน ( มากกว่าน้ำตาล มากกว่า 250 เท่า )
จึงนำมาใช้แต่งรสหวานโดยที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น
ในประเทศจีนใช้กันมากในเรื่องของการแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ ขับเสมหะ
 
สาระสำคัญ : ที่พบในหล่อฮังก้วยคือ โมโกรไซด์(Mogrosides) ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม ไตรเตอร์ปีน
ไกลโคไซด์ (Triterpene Glycosides) เป็นสารที่มีรสชาติหวาน แต่ไม่ให้พลังงาน
และไม่มีผลกระทบต่อระดับอินซูลินใน กระแสเลือด ผู้ป่วยเบาหวานดื่มแทนของหวานได้
เพราะเขาจะให้รสชาติหวานแต่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นแนะนำนะคะสำหรับคนติดรสหวานๆ
จิบแทนการกินขนมได้เลย ช่วยลดน้ำหนักได้ทางหนึ่ง
 
นักวิจัยที่ Nihon University ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบว่าสารประกอบใน หล่อฮังก้วย มีประสิทธิภาพในการ
ต่อต้านการเจริญของเนื้องอกได้ และมีการศึกษาที่มหาวิทยาลัย ของเมือง ฮิโรชิม่า พบว่า สารโมโกรไซด์
สามารถยับยั้งการเจริญของเนื้องอกที่ผิวหนัง
 
รายงานทางคลินิกพบว่าสารสกัดจากหล่อฮังก้วย ช่วยเร่งปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
โดยไม่ผลกระทบต่อระดับการผลิตอินซูลินได้มีการศึกษาอีกว่า โมโกรไซด์
อาจป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ โดยการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น
(Oxiation Reaction: เป็นปฏิกิริยา ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ) ของคลอเรสเตอรอล
 

 
 
โกฐขี้แมว หรือ ตี้หวง หรือ เซ็กตี่ คือ รากสดหรือแห้งของพืช
ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rehmannia glutinosa (Gaertn.) Libosch. วงศ์ Scrophulariaceae
 
สรรพคุณตามตำราแพทย์แผนจีน
- โกฐขี้แมวสด รสอมหวาน ขม เย็น มีฤทธิ์ระบายความร้อน เสริมธาตุน้ำ ทำให้เลือดเย็น
   และห้ามเลือดรักษาโรคที่มีอาการยินพร่องทำให้ลิ้นแดง กระหายน้ำ เป็นจ้ำเลือด และอาเจียนเป็นเลือด
- โกฐขี้แมว รสอมหวาน ขม เย็น มีฤทธิ์ระบายความร้อน ทำให้เลือดเย็น รักษาโรคที่ความร้อน
   เข้ากระแสเลือด ( เช่น ปากแห้ง ลิ้นแดง ) เลือดร้อนและออกนอกระบบ
   ( เช่น ตกเลือด จ้ำเลือด อาเจียนเป็นเลือดกำเดาไหล ) มีฤทธิ์เสริมยินและธาตุน้ำ
  รักษาโรคที่เสียธาตุน้ำ (ร้อนใน กระหายน้ำ คอแห้ง)
- โกฐขี้แมวถ่าน จะช่วยให้ตัวยาเข้าสู่ระบบเลือด มีฤทธิ์ทำให้เลือดเย็นและห้ามเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วย
  ที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล ปัสสาวะมีเลือดปน และประจำเดือนมามากผิดปกติ
 
โกศขี้แมวหรือแซตี่เป็นส่วน รากของตี่อึ้ง ประกอบด้วยสารแมนนิทอล (Mannitol) อัลคาลอยด์
กรดไขมัน น้ำตาลกลูโคส วิตามินเอ เป็นต้น แซตี่มีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงเลือด
ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น บำรุงสายตา จึงใช้บำบัดอาการเหนื่อยล้า ปวดเอว เบาหวาน
ประจำเดือนผิดปกติ ฯลฯ
 
สรรพคุณทางยา
เป็นสมุนไพรพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้บำรุงหยิน โดยเฉพาะในส่วนของไต มีประสิทธิภาพ
และให้ผลดีในการรักษา ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของเรื่องสมรรถภาพทางเพศของทั้งชายและหญิง
ในตำรับยาต่างๆที่ถูกปรุงเพื่อรักษาเรื่องนี้ จะมีสมุนไพรชนิดนี้อยู่ในเกือบทุกตำรับ
สมุนไพรชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบำรุงเลือด (tonify blood group) ซึ่งจะมีบทบาท ใช้ในสตรีมาก
เพราะธรรมชาติของสตรีกับการมีประจำเดือน จึงทำให้ร่างกายต้องมีการสร้างเลือดอยู่ตลอดเวลา
 

 
 
เทียนฮวยฮุ้ง ( Trichosanthes kirilowii Maxim )
สมุนไพรจีน บำรุงปอด บรรเทาอาการไอ ลดเสมหะ ใช้รักษาโรค วัณโรคปอด
อาเจียนเป็นเลือดหรือมีหนองปน โดยการใช้ต้นแห้ง รากเทียนฮวยฮุ่ง (Trichosanthes kirilowii Maxim)
เจ็กแปะเฮี๊ยะ (Biota orientalis Endl.) แห้ง อย่างละะ 15 กรัม
 

 
 
โหล่เกง หรือ โหล่วกิง ( Phragmites communis (L.) trinius )
รสเย็นสุขุม ช่วยดับพิษร้อนในปอด และกระเพาะอาหาร แก้กระหาย ช่วยให้ชุ่มคอ เทียงฮวยฮุ่ง
รสสุขุม เย็น ขมเล็กน้อย มีสรรพคุณดับพิษร้อน แก้กระหาย
 

 
 
แห่โกวเช่า (Prunella Vulgaris)
มีสรรพคุณ : แก้ต่อมน้ำเหลืองโต , แก้อาการท้องเสีย , แก้อาการเจ็บปากและเจ็บคอ , ช่วยบำรุงตับ
และหัวใจ กฎตาบวมแดงปวดศีรษะ, ลดความดันโลหิต , การรักษาความดันโลหิตสูง ,โรคนมอักเสบ
และโรคเบาหวาน
 

 
 
 
 
aaa