aaa
 
หน้าแรก | กิจกรรมงานบุญ | ติดต่อกับผู้ผลิต | 
ค้นหาผลิตภัณฑ์  
 
 
 
 
 
 
เครื่องดื่มชนิดผงพร้อมชง
และเครื่องดื่มชนิดน้ำพร้อมดื่ม
เครื่องสำอางค์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งชนิดน้ำ
พร้อมดื่ม และชนิดแคปซูล
บรรจุแผง / ขวด
 
 
 
 
 
ข้าวกล้องเพาะงอกเบญจกระยาทิพย์
ที่มาของกาแฟ
กระดูกอ่อนฉลามและคอลลาเจน
ที่มาของรังนก
INS 401 คืออะไร
คารายากัม คืออะไร
งานวิจัยซุปไก่สกัด
กลูตาไธโอนคืออะไร
ความเป็นมาของกำลังช้างสาร
สรรพคุณของโชวู
Coenzyme Q10 คืออะไร
โสมกับสุขภาพ
ประโยชน์ของตังถั่งเช่า
สรรพคุณของจับเลี้ยง
ความเป็นมาของทุเรียน
ความเป็นมาของเห็ดหลินจือ
ความเป็นมาของเห็ดไมตาเกะ
ความเป็นมาของตังกุย
ประโยชน์ของเห็ดจีซง
ถาม - ตอบ เรื่องเอนไซม์
ประวัติของโรคเบาหวาน
ความเป็นมาของน้ำมันมะพร้าว
ประโยชน์ของเขากวางอ่อน
ประโยชน์ของผลส้มแขก
ประโยชน์ของจันทน์เทศ
ประโยชน์ของชาใบหม่อน
คุณค่าของมะรุม
ความเป็นมาของผลหม่อน
ประโยชน์ของเมล็ดองุ่นแดง
สรรพคุณของดอกคำฝอย
สรรพคุณของไข่มุก
สรรพคุณของโกฐหัวบัว
สรรพคุณของโกฐเขมา
สรรพคุณของอึ้งคี้หรือปักคี้
สรรพคุณของกำลังวัวเถลิง
สรรพคุณของกำลังหนุมาน
สรรพคุณของกระชายดำ
สรรพคุณของแปะก๊วย
ประโยชน์ของม้าน้ำ
ความเป็นมาของผักชีลาว
สรรพคุณของดอกอัญชัน
สรรพคุณของดอกทองพันชั่ง
สรรพคุณของว่านหางจระเข้
สรรพคุณของใบบัวบก
สรรพคุณของนมผึ้ง
สรรพคุณของต้นไหลเผือก
สรรพคุณของพลูคาว
ความเป็นมาขององุ่น
สรรพคุณของมังคุด
สรรพคุณของหัวไชเท้า
คุณสมบัติของต้น Wicth Hazal
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
QR CODE ของเว็บไซต์
 
 
 

 
ความเป็นมาและประโยชน์ของเห็ดจีซง หรือ เห็ดบราซิล
 

ชื่ออื่นๆ : the princess mushroom, the sun mushroom

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Agaricus Blazei
ลักษณะทั่วไป : เห็ดมีลักษณะกลม คล้ายกับกระดุม เจริญเติบโตบนพื้นดิน มีขนาดตั้งแต่ 2.5 ถึง 30
เซนติเมตรแล้วแต่สายพันธุ์ มีสีที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ ขาว ไปจนถึงน้ำตาลอ่อน ซึ่งเห็ดชนิดนี้สามารถ
เปลี่ยนสีได้จากขาว ไปเป็น ชมพู ม่วง จนกระทั่งดำสนิทได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 วัน
 
ความเชื่อและประโยชน์ทางสุขภาพของเห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ
   ในปี ค.ศ. 1965 ชาวนาในบราซิลซึ่งมีเชื้อสายญี่ปุ่นได้ค้นพบเห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะในภูเขาซึ่งอยู่นอก เมือง Piedade
ที่ตนเองอาศัยอยู่ และได้ทำการส่งตัวอย่างเห็ดชนิดนี้ไปยังสถาบันวิจัยทีญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อว่า
Iwade Research Institute of Mycology เพื่อค้นหาวิธีในการปลูกเห็ดชนิดนี้ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งผลการ
ทดลองกินเวลาร่วม 10 ปี
   ขณะเดียวกันนั้น คณะนักวิทยาศาสตร์ภายใต้การนำของ ดร. W.J Cinden แห่งมหาวิทยาลัยประจำ รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พาคณะ ไปตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับเห็ดชนิดนี้ เช่นเดียวกันที่เมือง Piedade ประเทศบราซิลและพบว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้มีอุบัติการณ์ของ โรคผู้สูงอายุที่ต่ำในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ต่างมี
อายุยืนยาวกว่าปกติ ซึ่งภายหลังการสำรวจนั้น ทางคณะผู้สำรวจต่างลงความเห็นกันว่า ประชากรในท้องถิ่นมีอายุยืน
และร่างกายที่แข็งแรง สืบเนื่องมาจากการรับประทานเห็ดพื้นเมืองชนิดนี้ และทางดร. W.J Cinden ได้ทำการนำเสนอข้อสรุปนี้
ในงานประชุมวิชาการระดับโลกหลายแห่ง จนทำให้เห็ดชนิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายออกไป
และจากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์พบว่าเห็ดชนิดนี้อุดมไปด้วยสารเบต้ากลูแคน
ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่อต้านสิ่งแปลกปลอม เช่น interferon
และ interleukins ได้มากขึ้นด้วย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิต
ลดระดับน้ำตาลและคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือดอีกด้วย
 
คัดลอกข้อมูลบางส่วนจาก :
- http://www.livewell.co.th/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0
%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B8%87.htm
 

 
'เห็ดกระดุมบราซิล'สุดยอดสมุนไพร
 
'เห็ดกระดุมบราซิล'สุดยอดสมุนไพร คุณค่าอาหารสูง-ยับยั้งมะเร็ง-เอชไอวี โดย...ธงชัย พุ่มพวง
 
  แม้บ้านเราสามารถเพาะขยายพันธุ์ "เห็ดกระดุมบราซิล" มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่เพิ่งเพาะในลักษณะเชิงการแห่งแรก ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ พบเป็นเห็ดที่มี คุณค่าทางโภชนาการ
และสรรพคุณทางสมุนไพรสูง ทั้งช่วยต่อต้านการเกิดเนื้องอก ทำลายและป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง
ช่วยลดภาวะการขาดภูมิคุ้มกัน สามารถสกัดนำสารจากเห็ดชนิดนี้กำจัดเชื้อไวรัสเอช ไอวีได้ด้วย
 
  นายอนันต์ บุญมี ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง บอกว่า ขณะนี้ศูนย์พัฒนาโครงการ หลวงขุนวาง
ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ได้ทดลองเพาะเห็ดกระดุมบราซิล ซึ่งเป็นการทดลองเพาะขยายในลักษณะเชิงการค้า ปรากฏว่าได้ผลที่น่าพอใจ คาดว่า คงจะได้ส่งเสริมเกษตรกรให้เพาะเห็ดบราซิลได้ในเร็วๆ นี้
 
  ด้าน อาทิตย์ บริบูรณ์ เจ้าหน้าที่ผลิตเห็ดประจำศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง บอกว่า เห็ดกระดุม
บราซิล เป็นเห็ดท้องถิ่นอเมริกาใต้และแอฟริกา ซึ่งชาวบ้านมักจะปลูกในที่โล่ง ใช้ชาเลนจ์ กันแดด
ซึ่งต่างกับเห็ดกระดุมทั่วไปที่ต้องปลูกในโรงเรือน ชาวพื้นเมืองจึงเรียกว่า "เห็ดแสงอาทิตย์" แต่หากเพาะ
เห็ดกระดุมบราซิลเพื่อธุรกิจจะเน้นที่โรงเรือนเหมือนกับเห็ดทั่วไป ต่อมามีการนำไปปลูกที่ประเทศญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "เห็ดสาวน้อย" เพราะมีลักษณะที่สวยงาม
 
  "บ้านเรามีการเพาะขยายพันธุ์มาหลายปีแล้ว โดยกรมวิชาการเกษตร แต่เพิ่งนำมาทดลองเพาะพันธุ์
ในเชิงการค้าครั้งแรกในประเทศไทยที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง เมื่อกลางปี 2554 นี่เอง
เป็นการปลูกในโรงเรือน ผลการทดลองปรากฏว่า ดอกเห็ดออกมาเป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้กำลังศึกษาเพิ่มเติม
ถึงความเหมาะสม ก่อนที่จะเผยแพร่และสนับสนุนให้เกษตรกรนำไปปลูกต่อไป เพราะเป็นเห็ดที่มีราคาดี
ปัจจุบันขายกันกิโลกรัมละ 500 บาท" นายอาทิตย์ กล่าว
 
คัดลอกข้อมูลบางส่วนจาก : หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก หัวข้อ “ เกษตร – วิทยาศาสตร์ – ไอที : ข่าวทั่วไป ”
ฉบับประจำวันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
 

 
aaa